Subscribe RSS

Archive for July, 2010

“ถ้ำเล เขากอบ” มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ Jul 24

ตามตำนานเล่าว่า “ถ้ำเลเขากอบ” ที่ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เกิดจากการเนรมิตของพญานาค “พญากอบ” ที่หนีจากเมืองบาดาลมาเที่ยวบนโลก และได้พบรักกับ “ศรีขัน” ลูกสาวของ “ยักษ์หูแกง” แม้ต่อมาศรีขันจะพลัดพรากไปจากพญากอบ แต่นางก็ยังคงรอคอยสามีอยู่ในถ้ำ พร้อมกับลูกๆ ซึ่งเป็นงูอีก 80,000 ตัว หากเมื่อใดที่พ่อแม่ลูกมีโอกาสมาพบกันพร้อมหน้า เมื่อนั้นถ้ำจะเรืองแสงสว่างไสวไปด้วยแสงของเพชรนิลจินดา และผู้คนในบริเวณนี้จะมีความสุขความเจริญ

เมื่อ 100 ปีก่อน ขุนกอบศรีกิจ หรือนายอิน วรรณบวร กำนันตำบลเขากอบ เป็นคนแรกที่บุกเบิกพัฒนา ถ้ำเล เขากอบ แต่เพิ่งมาสำเร็จผลในสมัยของ 2 นายอำเภอห้วยยอด คือนายนิตย์ สีห์สรางกูร และนายนาวิน สินธุสะอาด

ภายใต้ภูเขาหินปูนโดดเดี่ยว ที่โอบล้อมด้วยสายน้ำ ทุ่งนา และป่ายางพารา คงไม่มีใครคิดว่าจะมีความงดงามซ่อนอยู่ กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในปัจจุบัน

ภูเขาเล็กๆ ที่อยู่ใกล้เขากอบมากที่สุด คือเขาหัวแตก หรือเขาพระ สุเมรุ มียอดเขาอยู่ 5-6 ยอด ยอดที่สูงที่สุดอยู่ที่ 200 เมตร มีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับพื้นดิน เรียกว่า ผานางคอย รอบภูเขามีลำคลองธรรมชาติไหลล้อมรอบ ไหลจากเทือกเขาบรรทัดที่อยู่ห่างไปประมาณ 20 กิโล เมตร เมื่อถึงเขากอบสายน้ำจะไหลอ้อม และทะลุใต้ภูเขา รวมความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร
หินตา หินยาย

ถ้ำเล เขากอบ มีพื้นที่รวมกันประมาณ 300 ไร่ ในจำนวนนี้ประมาณ 100 ไร่ มีน้ำขังตลอดปีสามารถล่องเรือได้ มีความกว้างของถ้ำตั้งแต่ 2-3 เมตร ไปจนถึง 100 เมตร ขณะที่เพดานถ้ำจะสูงตั้งแต่ 1 เมตร ไปจนถึง 40 เมตร แต่ส่วนใหญ่จะสูงประมาณ 2-3 เมตร

ชาวเขากอบมักจะเรียกถ้ำแห่งนี้ว่า ถ้ำเล ใครก็คงอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถ้ำเล จึงอยู่ห่างจากชายทะเลเข้ามาลึกเช่นนี้ แต่คำว่า “เล” ในภาษาใต้มีความหมายโดยนัยว่า กว้างใหญ่ ฉะนั้น ถ้ำเล เขากอบ จึงมีความหมายว่า ถ้ำใหญ่ที่มีน้ำไหลผ่านตลอด

ถ้ำนี้มีทางเข้า 7 ช่องทาง เรือที่ใช้เป็นเรือพายแบบไฟเบอร์ บรรจุผู้โดยสารได้ประมาณ 10 คน แต่ละลำจะมีเจ้าหน้าที่ไปด้วย 2 คน จุดเด่นมีมากมายหลายแห่ง เช่น “ถ้ำคนธรรพ์” ที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย รูปทรงสวยงาม โดยเฉพาะ หลอดหิน (Straw) นับแสนนับล้านที่ประดับประดาอยู่บนผนังถ้ำ นักท่องเที่ยวต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่เคยพบถ้ำแห่งไหนในเมืองไทย มีหินย้อยมากขนาดนี้

อีกด้านหนึ่งของโถงถ้ำ ยังมีหินงอกโผล่โดดเด่นขึ้นมาเหนือฐานหินใหญ่ เรียกว่า “หินตา หินยาย” ไม่ไกลจากกันก็คือ “หลืบผา” ที่มีม่านหินสีนวลห้อยระย้าเป็นสายงดงาม หินที่แข็งกระด้างดูอ่อนพลิ้วไหวได้อย่างประหลาด

ล่องเรือต่อไปยังถ้ำรากไทร จะพบรากไทรขนาดใหญ่เท่าต้นขา ที่ชอนไชจากพื้นดินลงมาในถ้ำ จนบัดนี้ยังไม่มีใครรู้เลยว่าต้นของมันอยู่ตรงไหน ล่องเรือต่อไปก็จะถึงหินเจ้าแม่กวนอิม กลางโถงถ้ำกว้าง ส่วนด้านตรงข้ามไปก็คือ “ถ้ำท้องพระโรง” ภายในยังมี “ถ้ำห้องบรรทม” ได้ชื่อหินงอกที่แผ่เป็นจานเหนือน้ำ

ส่วนถ้ำอื่นๆ ก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน เช่น “ถ้ำสวรรค์” “ถ้ำตะพาบน้ำ” “ถ้ำเพชร” “ถ้ำพลอย” และ “ถ้ำแป้ง” แต่การเดินทางเข้าไปค่อนข้างจะยากลำบากพอสมควร นักท่องเที่ยวรูปร่างใหญ่ๆ คงไม่เหมาะเข้าไปเที่ยวชม เพราะมีช่วงที่ต้องลอดรูแคบและค่อยๆ ไถลตัวลงตามพื้น หลังจากเรือล่องน้ำผ่าน “ถ้ำโคลน” ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกไป 4 กิโลเมตร จะมาออกตรงปากถ้ำใกล้กับ “ถ้ำค้างคาว” ซึ่งเป็นที่อาศัยของค้างคาวนับล้าน และ “ถ้ำพระ” ที่เกิดจากการปรับแต่งหินให้เป็นพระพุทธรูปสวยงาม

ตั้งแต่ปี 2538 ชื่อของเขากอบเริ่มเป็นที่รู้จักในด้านการท่องเที่ยว มีการจัดสรรโครงการและงบประมาณ มาพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดตรัง ถึงวันนี้ชาวตรังพร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ถ้ำเล เขากอบ ที่มีความสวยสดงดงามไม่แพ้ถ้ำอื่นใดในโลก
วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7177 ข่าวสดรายวัน