<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ท่องเที่ยวไทย ที่พัก โรงแรม  Hotelsza.com &#187; สาระ ประโยชน์ของ ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง</title>
	<atom:link href="http://www.hotelsza.com/tophits/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.hotelsza.com</link>
	<description>ท่องเที่ยวไทย กับ Hotels Za รวมเรื่องราว การท่องเที่ยว และ โรงแรมที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว</description>
	<lastBuildDate>Sun, 15 Aug 2010 11:17:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัด สกลนคร</title>
		<link>http://www.hotelsza.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.hotelsza.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Sep 2009 23:35:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ท่องเที่ยวไทย</dc:creator>
				<category><![CDATA[ท่ิองเที่ยวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การทำปราสาทผึ้งเรือนยอด]]></category>
		<category><![CDATA[กุฎาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความสำคัญของประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปราสาทผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีกรรม ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[สาระ ประโยชน์ของ ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลออกพรรษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotelsza.com/?p=79</guid>
		<description><![CDATA[ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัด สกลนคร ช่วงเวลา ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง เทศกาลวันออกพรรษา วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ความสำคัญของประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวสกลนครโดยกำหนดให้มีในวันออกพรรษาระหว่างวันขึ้น12-15ค่ำเดือนสิบเอ็ดของทุกปี ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งเป็นประเพณีไทยที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดสกลนครที่ได้ปฏิบัติกันมาช้านานจนกระทั่งถึงปัจจุบันปราสาทผึ้ง และการแข่งเรือยาวในเทศการออกพรรษาของพุทธศาสนิกชนชาวสกลนครได้เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นเป็นที่เชิดชู เกียรติควรแก่การอนุรักษ์ให้คงอยู่ตลอดไปและมีคุณค่าควรแก่การเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปมีการจะทำปราสาทผึ้ง ทอดถวายวัดพระธาตุเชิงชุมนั้นเป็นสิ่งที่มีวิวัฒนาการทางสังคมและศิลปะที่น่าสนใจอย่างยิ่งทั้งนี้เพราะเป็นการเปลี่ยนรูป แบบที่มีตำนานกล่าวอ้างและยังเชื่อมต่อศิลปะรูปแบบหนึ่งไปยังรูปแบบหนึ่ง งานแห่ปราสาทผึ้งในเทศกาลออกพรรษาของชาวอีสาน แม้ว่าจะมีอยู่ทั่วไปในหลายจังหวัด แต่ก็ไม่จัดใหญ่โตและปฏิบัติต่อเนื่องเช่นของเมืองสกลนคร การพัฒนารูปแบบปราสาททรงโบราณเป็นทรงตะลุ่ม ทรงหอผึ้งแบบโบราณยังไม่พัฒนาเป็นรูปทรงปราสาทผึ้งดังกล่าวย่อมเกิดแง่คิดในหลายประเด็น โดยเฉพาะในด้านรูปแบบและเนื้อหา ว่ามีการอนุรักษ์ประยุกต์ดัดแปลงหรือสร้างใหม่อย่างไร ประเด็นดังกล่าวไม่ควรข้ามไป เพื่อความเข้าใจจึงขอนำเรื่องราวของปราสาทผึ้งมารื้อฟื้นให้ทบทวนกันโดยสรุปย่อ ดังนี้ 1 ยุคต้นผึ้ง &#8211; หอผึ้ง ชาวอีสานในบางท้องถิ่นที่เชื่อกันว่า การทำต้นผึ้ง ดอกผึ้ง ทำเพื่อเป็นพุทธบูชาให้กุศลแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ดังนั้นเมื่อมีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงในหมู่บ้านถึงแก่วายชนม์ลงจึงพากันไปช่วยงานศพ (งานเฮือนดี) เท่าที่จะช่วยงานได้ ดังมีคำกล่าวว่า &#8220;ผู้หญิงห่อข้าวต้ม ตัดตอก บีบข้าวปุ้น ผู้ชายหักหอผึ้ง&#8221; คำว่า หักหอผึ้ง ก็คือ การหักตอกทำต้นผึ้งนั่นเอง กล่าวกันว่าในการไปช่วยงานศพ หรืองานบุญแจกข้าวนั้นผู้ชายจะต้องนำพร้าติดตัวมาด้วย ทั้งนี้เพราะใช้ทำงานทุกอย่างนับแต่ ถากไม้ตัดฟืนและจักตอกทำต้นผึ้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_80" class="wp-caption alignleft" style="width: 224px"><a href="http://www.hotelsza.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2/phung03/" rel="attachment wp-att-80"><img src="http://www.hotelsza.com/wp-content/uploads/2009/09/phung03-214x300.jpg" alt=" ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง" title=" ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง" width="214" height="300" class="size-medium wp-image-80" /></a><p class="wp-caption-text"> ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง</p></div>
<p> <strong>ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัด สกลนคร</strong></p>
<p>ช่วงเวลา  <strong>ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง </strong> เทศกาลวันออกพรรษา วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑</p>
<p><strong>ความสำคัญของประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง </strong><br />
<div id="attachment_81" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://www.hotelsza.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2/sakornnakorn-prasart-phung/" rel="attachment wp-att-81"><img src="http://www.hotelsza.com/wp-content/uploads/2009/09/sakornnakorn-prasart-phung-300x182.jpg" alt=" ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง" title=" ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง" width="300" height="182" class="size-medium wp-image-81" /></a><p class="wp-caption-text"> ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง</p></div><br />
<strong>ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง</strong>เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวสกลนครโดยกำหนดให้มีในวันออกพรรษาระหว่างวันขึ้น12-15ค่ำเดือนสิบเอ็ดของทุกปี ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งเป็น<strong>ประเพณีไทย</strong>ที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดสกลนครที่ได้ปฏิบัติกันมาช้านานจนกระทั่งถึงปัจจุบันปราสาทผึ้ง และการแข่งเรือยาวในเทศการออกพรรษาของพุทธศาสนิกชนชาวสกลนครได้เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นเป็นที่เชิดชู เกียรติควรแก่การอนุรักษ์ให้คงอยู่ตลอดไปและมีคุณค่าควรแก่การเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปมีการจะทำปราสาทผึ้ง ทอดถวายวัดพระธาตุเชิงชุมนั้นเป็นสิ่งที่มีวิวัฒนาการทางสังคมและศิลปะที่น่าสนใจอย่างยิ่งทั้งนี้เพราะเป็นการเปลี่ยนรูป แบบที่มีตำนานกล่าวอ้างและยังเชื่อมต่อศิลปะรูปแบบหนึ่งไปยังรูปแบบหนึ่ง<span id="more-79"></span><br />
<strong>งานแห่ปราสาทผึ้ง</strong>ในเทศกาลออกพรรษาของชาวอีสาน แม้ว่าจะมีอยู่ทั่วไปในหลายจังหวัด แต่ก็ไม่จัดใหญ่โตและปฏิบัติต่อเนื่องเช่นของเมืองสกลนคร การพัฒนารูปแบบปราสาททรงโบราณเป็นทรงตะลุ่ม ทรงหอผึ้งแบบโบราณยังไม่พัฒนาเป็นรูปทรงปราสาทผึ้งดังกล่าวย่อมเกิดแง่คิดในหลายประเด็น โดยเฉพาะในด้านรูปแบบและเนื้อหา ว่ามีการอนุรักษ์ประยุกต์ดัดแปลงหรือสร้างใหม่อย่างไร ประเด็นดังกล่าวไม่ควรข้ามไป เพื่อความเข้าใจจึงขอนำเรื่องราวของปราสาทผึ้งมารื้อฟื้นให้ทบทวนกันโดยสรุปย่อ ดังนี้<br />
1 ยุคต้นผึ้ง &#8211; หอผึ้ง<br />
ชาวอีสานในบางท้องถิ่นที่เชื่อกันว่า การทำต้นผึ้ง ดอกผึ้ง ทำเพื่อเป็นพุทธบูชาให้กุศลแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ดังนั้นเมื่อมีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงในหมู่บ้านถึงแก่วายชนม์ลงจึงพากันไปช่วยงานศพ (งานเฮือนดี) เท่าที่จะช่วยงานได้ ดังมีคำกล่าวว่า<br />
&#8220;ผู้หญิงห่อข้าวต้ม ตัดตอก บีบข้าวปุ้น ผู้ชายหักหอผึ้ง&#8221; คำว่า หักหอผึ้ง ก็คือ การหักตอกทำต้นผึ้งนั่นเอง กล่าวกันว่าในการไปช่วยงานศพ หรืองานบุญแจกข้าวนั้นผู้ชายจะต้องนำพร้าติดตัวมาด้วย ทั้งนี้เพราะใช้ทำงานทุกอย่างนับแต่ ถากไม้ตัดฟืนและจักตอกทำต้นผึ้ง หอผึ้ง<br />
ต้นผึ้ง ทำจากต้นกล้วยขนาดเล็ก ตัดให้ยาวพอสมควร แต่งลำต้น ก้านทำขาหยั่งสามขาให้ยึดต้นกล้วยเข้าไว้เพื่อตั้งได้ จากนั้นจะนำขี้ผึ้งมาเคี่ยวให้หลอมเหลวเพื่อใส่ลงในแม่พิมพ์ แม่พิมพ์ทำจากผลไม้ เช่น ผลสิมลี (สิมพี ส้มพอดี โพธิสะเล) นอกจากนี้ยังอาจให้ผลมะละกอขนาดเล็กคว้านภายในแต่งให้เป็นดอกเป็นแฉกตามต้องการ จากนั้นก็นำมาพิมพ์จุ่มขี้ผึ้งแล้วยกขึ้น นำไปแช่น้ำ ขี้ผึ้งจะหลุดออกจากพิมพ์เป็นดอกดวงตามแบบแม่พิมพ์<br />
ก่อนนำดอกผึ้งไปติดที่ก้านกล้วย ต้นกล้วย ช่างทำต้นผึ้งจะหั่นหัวขมิ้นให้เป็นแว่นกลมใช้ไม้กลัดเสียบแว่นขมิ้นรองดอกผึ้ง เพื่อมิให้ดอกผึ้งอ่อนตัวจนเสียรูปทรง<br />
การทำต้นผึ้ง จะทำให้เสร็จก่อนวันเก็บอัฐิธาตุผู้ตาย ในวันเก็บอัฐิ ญาติพี่น้องจะนำต้นผึ้งไปด้วย หลังจากใช้ก้านกล้วยคีบอัฐิมาทำเป็นรูปคนกลับธาตุ ก็จะนำต้นผึ้งมาวางที่กองอัฐิ พระสงฆ์ชักบังสุกุลกลบธาตุ ก่อนที่จะนำอัฐิไปบรรจุในสานที่อันเหมาะสมต่อไป ต้นผึ้งจึงให้เพื่อพิธีกรรมดังกล่าว<br />
หอผึ้งมีความเกี่ยวพันกับต้นผึ้งอย่างใกล้ชิด และเป็นต้นกำเนิดของการแห่ปราสาทผึ้งในปัจจุบัน<br />
หอผึ้งมีลักษณะเป็นทรงตะลุ่ม ทำโครงด้วยไม้ไผ่ จักตอกผูกเสริมด้วยกาบกล้วย ก้านกล้วย โครงหอผึ้งจะทำเป็นรูปสี่เหลี่ยม ๒ ชั้นต่อกัน คล้ายเอวขันหรือเอวพานภายในโครงไม้จะโปร่ง เพื่อให้บรรจุเครื่องอัฐบริขารได้ทั้ง ๒ ชั้น เป็นที่สังเกตว่าหอผึ้งจะมี ๒ รูปแบบ ต่างกันเล็กน้อย คือ บางแห่งทำหอ ๒ ชั้น มีขนาดไล่เรี่ยกันแต่บางแห่งทำชั้นล่างใหญ่ กว้าง ชั้นบนเหนือเอวขันทำทรงขนาดเล็กให้รับกับฐานล่าง ให้ดูพองาม<br />
การประดับหอผึ้ง ยังนิยมประดับดอกผึ้งตามโครงกาบกล้วย ก้านกล้วยแม้จะมีการแทงหยวกเป็นลวดลายบ้างแล้ว ก็ยังไม่เน้นความงดงามของลายหยวกกล้วยเป็นสำคัญ หอผึ้งดังกล่าวจะทำให้เป็นคานหาม เพื่อใช้แห่ไปถวายวัด ส่วนประกอบสำคัญยังเป็นโครงซึ่งทำด้วยตอกไม้ไผ่อยู่ จึงยังเรียกการทำหอผึ้ง แต่เดิมก็ยังคงทำควบคู่ไปกับการทำต้นผึ้ง กล่าวคือ ประเพณีชาวอีสาน ถือว่า เมื่อถึงวันทำบุญ ถวายทานแก่ผู้ตายในงานแจกข้าว เมื่อถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์แล้ว ก็ถวายหอผึ้งเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้วายชนม์ ดังมีคำถวายถึงปราสาทผึ้งตอนหนึ่งว่า<br />
&#8220;…อิมานะ มะยังภัณเต มธุบุปผะ ปะสาทัง&#8221;<br />
แม้ว่าการถวายหอผึ้ง จะกระทำอยู่ในงานแจกข้าว แต่ชาวอีสานในหมู่บ้านต่าง ๆ ก็ยังถือว่า ควรจัดงานอุทิศส่วนกุศลให้ผู้วายชนม์ ในช่วงวันออกพรรษาดังนั้นจึงนิยมหากิ่งไม้ หนามไผ่ มาสุมบริเวณที่เผาศพ มิให้สัตว์มาขุดคุ้ย พร้อมปักไม้กั้นรั้วคอกไว้ เมื่อออกพรรษา วันมหาปวารณาจึงทำบุญแจกข้าว โดยเลือกเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ หรือ แรม ๑ ค่ำ ในเวลาเย็นจึงทำพิธีแจกข้าว<br />
พอถึงเวลาเย็น ชาวบ้านจึงแห่หอผึ้งไปยังวัดที่กำหนด ตำบลหนึ่งมักกำหนดวัดสำคัญ ๆ เป็นที่หมาย ชาวบ้านจะสร้างตูบผาม ปะรำพิธีไว้รับขบวนแห่ ซึ่งประกอบด้วย<br />
1. ขบวนฆ้อง กลองนำหน้า<br />
2. ขบวนกองบัง (บังสุกุล) หรือขบวนอัฐิผู้ตาย<br />
3. ขบวนหอผึ้ง<br />
4. ขบวนต้นกัลปพฤกษ์<br />
การถวายหอผึ้ง แก่ภิกษุสงฆ์ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ว่าจะทำหอผึ้งจำนวนกี่หอ บางแห่งลูกหลานผู้ตายก็จะทำเป็นของตนเองคนละ ๑ หอ บางแห่งถือว่าจะต้องช่วยกันทำถวายพระสงฆ์ให้ครบทุกวัดที่นิมนต์มาสวดมนต์เย็น<br />
การฉลองหอผึ้งหลังจากสวดมนต์เย็น มีเทศนาให้เกิดบุญกุศล แล้วมีการฉลองสนุกสนานรื่นเริง วันรุ่งเช้าจึงถวายอาหารพระสงฆ์ แล้วถวายหอผึ้งเป็นเสร็จพิธี<br />
จะเห็นว่า ประเพณีแห่ต้นผึ้งดังกล่าว เป็นเรื่องราวที่มีคติความเชื่อมาจากงานบุญแจกข้าวโดยเฉพาะ แต่ต่อมาประเพณีดังกล่าวได้ถูกจัดขึ้นให้ใหญ่โต ในกลุ่มชาวเมืองสกลนครที่มีคุ้มวัดต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ &#8211; ไกล วัดพระธาตุเชิงชุมด้วยเหตุหลายประการ เช่น<br />
1. พุทธศาสนิกชน เชื่อกันว่า การทำบุญในวันออกพรรษาหรือวันเทโวโรหนะ (วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก) เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าโลกทั้งสาม (มนุษย์โลก เทวโลก ยมโลก) จะมองเห็นความเป็นอยู่ซึ่งกันและกัน และโดยพุทธานุภาพแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวบ้านได้เห็นหอผึ้งที่ตนทำถวาย ชาวคุ้มต่าง ๆ จึงได้พากันจัดทำมาถวายเป็นประเพณีทุกปี<br />
2. วัดพระธาตุเชิงชุมเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พระพุทธเจ้ามาประชุมรอยพระพุทธบาทถึง 4 พระองค์ การนำหอผึ้งมาถวายเป็นพุทธบูชารอยพระพุทธบาทย่อมเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง<br />
3. เป็นการทำบุญกุศลในช่วงเทศกาลออกพรรษา บรรดาญาติพี่น้อง ที่อยู่ห่างไกลได้มาพบกัน หลังจาก หว่านกล้า ปักดำแล้ว ยังได้จัดประเพณีแข่งเรือของคุ้มวัดต่าง ๆ ให้สนุกสนาน ชาวบ้านได้มีโอกาสทำบุญร่วมกัน<br />
2 ยุคปราสาทผึ้งทรงหอ<br />
ปราสาทผึ้งทรงหอเล็ก ๆ มี2 รูปแบบ คือ ทรงหอมียอดประดับหลังคาและปราสาททรงสิม หรือศาลพระภูมิ ที่มีขนาดเตี้ย ป้อมกว่าชนิดแรก แต่ไม่มีหลังคาเรียงขึ้นเป็นยอดปราสาทชนิดหลังนี้พบเห็นในสกลนคร เมื่อไม่นานมานี้<br />
- ปราสาททรงหอ มียอดประดับหลังคาแหลมสูง<br />
- ปราสาทผึ้งทรงสิมหรือทรงศาลพระภูมิ<br />
3.ยุคปราสาทผึ้งเรือนยอด<br />
พระมหาวารีย์ กล่าวใน &#8220;ประวัติการทำปราสาทผึ้ง&#8221; ตอนหนึ่งสรุปความว่าแต่เดิมเมื่อมีชุมชนเกิดขึ้น รอบ ๆ วัดพระธาตุเชิงชุม ประชาชนบางตำบล เช่น ตำบลงิ้วด่อน ได้รับหน้าที่เป็นผู้รักษาปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุเชิงชุม ที่เรียกว่า &#8220;ข้าพระธาตุ&#8221; ครัวเหล่านี้ไม่ต้องเสียเงินส่วนให้หลวง ต่อมาพระเถระผู้เป็นเจ้าคณะตำบลงิ้วดอนมีลูกศิษย์และประชาชนในตำบลใกล้เคียงเลื่อมใสมากขึ้น จึงได้ชักชวนเจ้าอาวาสและประชาชนที่อยู่ในตำบลใกล้เคียง คือ ตำบลดงชน ตำบลดงมะไฟ ตำบลห้วยยาง ตำบลโดนหอม ตำบลบึงทะวาย ตำบลเต่างอย เข้ามาร่วมเป็นข้าพระธาตุด้วย และแม้ว่าในเวลาต่อมาได้มีการยกเลิกหมู่บ้านข้าพระธาตุให้ทุกคนเสียภาษีแก่ท้องถิ่นแล้วก็ตาม แต่ชาวบ้านรอบนอก ๆ ก็ยังมีประเพณีทำบุญถวายพระธาตุในช่วงข้างขึ้น<br />
เดือน 11 ของทุกปี ในช่วงวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 13 ค่ำ เป็นช่วงนำข้าวเม่าและต้นผึ้งมาถวายองค์พระธาตุเชิงชุม โดยมีความหมายถึงการขอลาองค์พระธาตุไปอยู่ในนาเก็บเกี่ยวข้าว<br />
ลักษณะรูปทรงปราสาทเรือนยอด<br />
รูปแบบปราสาทผึ้งที่ทำด้วยไม้ไผ่เหลาเป็นเส้น หรืออาจทำด้วยโครงไม้ระแนงมีดอกผึ้งประดับตามกาบกล้วย ซึ่งใช้ศิลปะการแทงหยวกได้เปลี่ยนไปจากเดิมในราว พ.ศ. 2496 โดยคณะกรรมการจัดงานประกวดปราสาทผึ้งเทศบาลสกลนคร เห็นว่าไม่สามารถพัฒนารูปแบบลวดลายองค์ประกอบให้วิจิตรพิสดารได้จึงได้เปลี่ยนเป็นการทำปราสาทผึ้งโดยทำปราสาทเป็นโครงไม้ เป็นทรงปราสาทจตุรมุขมีเรือนยอดเรียวหรือที่เรียกวา &#8220;กุฎาคาร&#8221; ตัวอาคารทั้งสี่ด้านต่อเป็นมุขยื่นออกไปมีขนาดเท่ากัน บางแห่งสร้างปราสาท 3 หลัง ติดกัน นอกจากนี้ยังเน้นความประณีต ในการตกแต่งลวดลายการทำปราสาทผึ้งโดยทำปราสาทเป็นโครงไม้ เป็นทรงปราสาทจตุรมุขมีเรือนยอดเรียว หรือที่เรียกว่า &#8220;กุฎาคาร&#8221; ตัวอาคารทั้งสี่ด้านต่อเป็นมุขยื่นออกไปมีขนาดเท่ากัน บางแห่งสร้างปราสาท 3 หลังติดกัน นอกจากนี้ยังเน้นความประณีต ในการตกแต่ง<br />
ลวดลาย</p>
<p><strong>การทำปราสาทผึ้งเรือนยอด</strong><br />
กล่าวโดยย่อขั้นตอนในปราสาทผึ้งเรือนยอด ประกอบด้วย<br />
1. การทำโครงไม้ โดยการเลือกรูปแบบ ออกแบบ ให้โครงไม้มีสัดส่วนสวยงามทั้งนี้โดยใช้ช่างไม้ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ โครงไม้เหล่านี้มักใช้เพียง ๔-๕ ปีก็จะเปลี่ยนหรือขายให้ผู้อื่น<br />
2. การออกแบบลวดลายที่ใช้ประดับส่วนต่าง ๆ พร้อมทั้งการใช้สีซึ่งจะต้องคิดไว้อย่างพร้อมมูล<br />
3. การแกะลวดลาย และการพิมพ์จากดินน้ำมันหรือวัสดุทางวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ก่อนทำแม่พิมพ์<br />
4. การหล่อขี้ผึ้ง &#8211; การแกะขี้ผึ้งตามแบบที่กำหนดไว้ในขั้นตอนนี้ อาจใช้ทั้งขี้ผึ้งแท้ ขี้ผึ้งผสม หรือสารวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้แล้วแต่ความชำนาญของช่างแต่ละแห่งแต่โดยทั่ว ๆ ไปมักใช้การหล่อขี้ผึ้งอ่อนลงในแม่พิมพ์แล้วลอกออก ตกแต่งให้ขี้ผึ้งมีลวดลายเด่นชัดหรือตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก<br />
5. การประดับตกแต่งตามด้วยอาคารปราสาทด้วยการใช้ เข็มหมุด หรือเชื่อมให้ยึดติดกัน<br />
ปัจจุบันการทำปราสาทผึ้ง เป็นงานใหญ่ที่มีการเตรียมการจัดไม่น้อยกว่า ๓ เดือน สำหรับคุ้มวัดที่ลงมือทำทุกขั้นตอน แต่ความสับสนวุ่นวายทางเศรษฐกิจทำให้ประกอบเอง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่คุ้มวัดเป็นศูนย์รวมการทำปราสาทผึ้ง หรืองานบุญต่าง ๆ</p>
<p><div id="attachment_82" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://www.hotelsza.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2/phung1/" rel="attachment wp-att-82"><img src="http://www.hotelsza.com/wp-content/uploads/2009/09/phung1-300x225.jpg" alt=" ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง" title=" ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง" width="300" height="225" class="size-medium wp-image-82" /></a><p class="wp-caption-text"> ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง</p></div><br />
<strong>พิธีกรรม ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง</strong><br />
พิธีกรรมในประเพณีปราสาทผึ้งของชาวจังหวัดสกลนคร กล่าวได้ว่า ขึ้นอยู่กับ ความเชื่อของการทำปราสาทผึ้งแต่ละชนิด แต่ละยุคสมัย กล่าวคือ ในยุคที่มีการทำหอผึ้งทรงตะลุ่มด้วยโครงไม้ไผ่ กาบกล้วย ก้านกล้วยประดับดอกผึ้งนั้น เมื่อนำไปเพื่อถวายพระสงฆ์ ตลอดจนการทำปราสาทผึ้งทรงหอผี และปราสาทผึ้งทรงจตุรมุข เมื่อนำไปถวายพระสงฆ์ จะกล่าวคำถวายเป็นภาษาบาลีดังนี้<br />
&#8220;อิมานิ มะยังภัณเต มธุบุปยะ ปะสาทัง&#8221;<br />
หลังจากนั้นจึงทิ้งปราสาทผึ้งไว้ที่วัด3 วัน 7วัน แล้วจึงนำกลับ บางแห่งก็มอบถวายทิ้งไว้ที่วัด ในปัจจุบันเมื่อมีการทำปราสาทผึ้งจตุรมุขขนาดใหญ่ลงทุนมากเมื่อพระสงฆ์รับถวายปราสาทผึ้งแล้วจะตั้งไว้ให้ประชาชนชมระยะสั้น ๆ 1 คืน แล้วจะนำกลับคุ้มวัดของตน<br />
อย่างไรก็ดีในสมัยโบราณกล่าวว่า ประเพณีของชาวคุ้มวัดก่อนทำปราสาทผึ้ง 3 วัน จะนิยมนิมนต์พระสงฆ์มาสวดชัยมงคลคาถาที่หมู่บ้านบริเวณที่จะทำปราสาทผึ้ง ๓ คืน เมื่อทำปราสาทผึ้งเสร็จก่อนนำไปถวายวัดจะฉลองคบงันอีก 1 วัน 1 คืน จึงนำไปถวายวัด ปัจจุบันพิธีกรรมดังกล่าวไม่เหลือปรากฏให้เห็น แต่หากเริ่มทำปราสาทผึ้งไปทีละขั้นตอนกว่าจะเสร็จใช้เวลานานนับ 1 เดือนขึ้นไป ซึ่งต่างจากสมัยโบราณที่ชาวคุ้มช่วยกันทำภายในเวลา 3 วัน 7 วันก็เสร็จเรียบร้อย</p>
<p><strong>สาระ ประโยชน์ของ ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง</strong><br />
<strong>ประเพณีปราสาทผึ้ง</strong> มีเนื้อหาสาระสำคัญอยู่ที่ความรู้สึก จิตใจที่ได้ปฏิบัติงานตามจารีตประเพณีเกิดความมั่นคงทางจิตใจเป็นสำคัญ ส่วนเนื้อหาสาระในด้านต้องการให้เกิดบุญกุศล ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกับในการทำปราสาทผึ้งถวายวัด ถือว่าได้บุญสูงสุดเพราะผึ้งเกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนา ดังปรากฏในพุทธประวัติตอนปาลิไลยลิง นำรวงผึ้งมาถวายสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตอนเทโวโรหนะ ที่พระพุทธเจ้าแสดงปาฏิหาริยะเปิดโลกให้แลเห็นซึ่งกันและกันทั้ง ๓ โลก ทำให้มนุษย์เห็นความทุกข์สุขของเทวดามนุษย์และใต้บาดาลตลอดจนตอนอทิสทาน ซึ่งท้าวพระยาเสนาอำมาตย์ มเหสี กษัตริย์แข่งขันกันสร้างปราสาทหรือแม้แต่พระมาลัยก็กล่าวดังปราสาทในสวรรค์ชั้นฟ้า<br />
อย่างไรก็ดีในสาระของความต้องการบุญกุศลส่วนตัวดังกล่าวมาแล้วยังมีสาระที่ต้องการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้วายชนม์ ซึ่งอาจได้มาจากคติของชาวจีนที่ทำมาหากินในสกลนคร ที่ทำการตักเป็นรูปทรงบ้านเรือนอาคารเผาอุทิศให้ผู้ตาย แต่หากดัดแปลงเป็นการสร้างอาคารเป็นทรงหอผี ประดับด้วยดอกผึ้งถวายพระสงฆ์อุทิศให้ผู้วายชนม์</p>

	<h3>บทความท่องเที่ยวไทยที่น่าสนใจ</h3>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.hotelsza.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87/" title="ประวัติประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง (September 10, 2009)">ประวัติประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง</a> (4)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotelsza.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
